Description
งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาศึกษาสถานการณ์การเตรียมตัวก่อนการเกษียณอายุจากการทำงานของลูกจ้างชั่วคราวในภาคราชการ ศึกษาการได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลในฐานะนายจ้างในด้านการเตรียมตัวก่อนการเกษียณอายุจากการทำงานของลูกจ้างชั่วคราวในภาคราชการ และแสวงหาแนวทางที่เหมาะสมในการสนับสนุนเพิ่มเติมโดยภาครัฐเพื่อส่งเสริมให้ลูกจ้างชั่วคราวของรัฐก้าวสู่ภาวะสูงวัยอย่างกระปรี้กระเปร่า ซึ่งถือเป็นงานวิจัยแรกที่ให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกจ้างชั่วคราวในภาคราชการ ซึ่งเป็นผู้ที่ปฏิบัติงานเพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น และไม่ได้รับสวัสดิการหรือหลักประกันการจ้างงานต่อเนื่องจากหน่วยงาน และส่งผลอย่างมากต่อชีวิตความเป็นอยู่หลังเกษียณอายุการทำงาน ลูกจ้างชั่วคราวในการศึกษานี้ รวมลูกจ้างชั่วคราวทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มที่เป็นลูกจ้างชั่วคราวในงบประมาณ นอกงบประมาณ ลูกจ้างจ้างเหมาที่มีการทำงานประจำเสมือนลูกจ้างชั่วคราว และลูกจ้างโครงการที่มีสัญญาจ้าง ณ ปัจจุบันไม่เกิน 1 ปีด้วย
การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ โดยการศึกษาเชิงปริมาณเป็นการศึกษาสถานการณ์การเตรียมความพร้อมของลูกจ้างชั่วคราวที่เป็นตัวอย่าง และวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดการเตรียมความพร้อมเพื่อวัยเกษียณ นอกจากนี้ยังได้สร้างดัชนีเพื่อชี้วัดการเตรียมความพร้อมก่อนวัยเกษียณของกลุ่มตัวอย่างทั้งในภาพรวม และการเตรียมความพร้อมแต่ละด้าน ซึ่งประกอบไปด้วย 7 ด้าน ได้แก่ คือ 1) ด้านสุขภาพกาย 2) ด้านสุขภาพจิต 3) ด้านการเงิน 4) ด้านที่อยู่อาศัย 5) ด้านผู้ดูแล 6) ด้านกิจกรรมหลังเกษียณอายุ และ 7) ด้านการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และสำหรับการศึกษาเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงานลูกจ้างชั่วคราวในหน่วยงานหลัก เพื่อศึกษารูปแบบการจ้างงาน สวัสดิการของหน่วยงาน และนโยบายหรือแนวทางที่หน่วยงานสนับสนุนให้ลูกจ้างชั่วคราวมีการเตรียมความพร้อมก่อนวัยเกษียณ โดยผลการศึกษาทั้งสองส่วนได้ถูกนำมาวิเคราะห์ในเชิงบูรณาการร่วมกัน เพื่อให้สามารถสะท้อนถึงสถานการณ์การทำงาน สวัสดิการที่ได้รับ การเตรียมตัวก่อนการเกษียณ และแนวนโยบายของหน่วยงานที่มีต่อการจ้างงานกลุ่มลูกจ้างชั่วคราว อันจะนำไปสู่ข้อเสนอแนะสำหรับการส่งเสริมให้ลูกจ้างชั่วคราวเกิดความตระหนักต่อการเตรียมความพร้อมก่อนวัยเกษียณด้วยตนเอง และข้อเสนอแนะสำหรับหน่วยงานในการสนับสนุนการเตรียมตัวก่อนการเกษียณอายุของกลุ่มลูกจ้างชั่วคราวต่อไป
จากการศึกษาเชิงคุณภาพ พบประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับคำจำกัดความของลูกจ้างชั่วคราวที่ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของภาระงานที่เกิดขึ้นจริง หน่วยงานส่วนใหญ่มีมุมมองว่าลูกจ้างชั่วคราวเป็นกลุ่มที่ทำงานในหน่วยงานไม่นานและมีการศึกษาสูง จึงไม่เห็นความสำคัญของการส่งเสริมการเตรียมความพร้อมก่อนการเกษียณในลูกจ้างกลุ่มนี้ นอกจากนี้สิ่งที่น่าเป็นกังวล คือ ทุกหน่วยงานที่ผู้วิจัยเข้าสัมภาษณ์ไม่มีฐานข้อมูลของลูกจ้างชั่วคราว ลูกจ้างจ้างเหมาบริการ และลูกจ้างโครงการ ทำให้หน่วยงานไม่มีข้อมูลเพื่อนำมาวางแผนด้านกำลังคน หรือพิจารณาสวัสดิการที่ลูกจ้างกลุ่มนี้ควรได้รับ เป็นต้น ทั้งนี้ยังมีประเด็นเกี่ยวกับวิธีการจ้างงาน ที่จ้างลูกจ้างจ้างเหมาบริการมาปฏิบัติงานที่เสมือนลูกจ้างชั่วคราว ซึ่งขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของแต่ละหน่วยงาน
สำหรับผลการวิเคราะห์ข้อมูลของลูกจ้างชั่วคราวที่เป็นตัวอย่าง 2,711 ราย พบว่าเกือบครึ่งของกลุ่มตัวอย่างจบการศึกษาระดับประถมศึกษาและต่ำกว่า ซึ่งมีการจ้างงานลูกจ้างชั่วคราวโดยเฉลี่ยมีจำนวนปีการทำงานตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ในสัดส่วนที่สูงที่สุด ซึ่งในกลุ่มอายุที่มากกว่า 45 ปีขึ้นไปมีจำนวนปีเฉลี่ยในการทำงานถึง 13.7 ปี สำหรับรายได้พบว่า กลุ่มตัวอย่างโดยส่วนใหญ่มีรายได้ต่ำกว่า 10,000 บาทต่อเดือน และสัดส่วนของผู้ที่มีหนี้สินสูงกว่า การมีเงินออมค่อนข้างชัดเจน โดยเมื่อพิจารณาดัชนีการเตรียมความพร้อมก่อนการเกษียณของกลุ่มตัวอย่างสะท้อนว่า กลุ่มตัวอย่างกว่าครึ่งหนึ่งยังไม่ได้มีการเตรียมการเพื่อวัยสูงอายุ ซึ่งหากพิจารณาการเตรียมการในแต่ละด้าน พบว่า ด้านที่สุขภาพกายและสุขภาพจิต เป็นด้านที่ลูกจ้างมีการเตรียมตัวในลำดับต้นๆ ส่วนด้านที่ยังมีการเตรียมการใน ระดับต่ำ ได้แก่ ด้านผู้ดูแล ด้านเศรษฐกิจ/การเงิน ด้านการใช้เวลา/ทำกิจกรรมหลังเกษียณ โดยด้านข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการเป็นผู้สูงอายุเป็นด้านที่มีการเตรียมอยู่ในระดับต่ำที่สุด โดยปัจจัยที่สำคัญที่ส่งผลให้เกิดการเตรียมความพร้อมเพื่อการเกษียณ ได้แก่ อายุ, สถานภาพสมรส, จำนวนปีที่ทำงาน, เป้าหมายการทำงาน, การมีเงินออม, ดัชนีวัดความมั่งคั่ง, การมีบุตร, การได้รับสื่อเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อม และการได้รับการส่งเสริมการเตรียมความพร้อมจากหน่วยงาน
ซึ่งจากผลการศึกษานำไปสู่ข้อเสนอแนะหลัก ได้แก่ 1) ทบทวนโครงสร้างการจ้างงานของลูกจ้างชั่วคราวทุกกลุ่ม โดยหน่วยงานควรปรับระเบียบและทบทวนอัตรากำลังให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และเพิ่มค่าจ้างตามประสบการณ์และหรือตำแหน่งในหน่วยงานได้ตามรูปแบบของฐานเงินเดือนและการประเมินในเกณฑ์เดียวกับลูกจ้างประจำด้วยกรอบการจ้างที่คำนึงถึงประสิทธิภาพและความเป็นธรรม นอกจากนี้ควรมีการพัฒนาฐานข้อมูลลูกจ้างชั่วคราวให้สามารถตรวจสอบการจ้างงานที่ต่อเนื่องได้ 2) เพื่อเป็นการสร้างหลักประกันให้ลูกจ้างสามารถมีการเตรียมความพร้อมสำหรับวัยเกษียณได้ หน่วยงานควรกระตุ้นให้ฝ่ายบุคคลสร้างความรู้ ความเข้าใจในสิทธิประโยชน์หลังเกษียณ เช่น กองทุนประกันสังคม และกองทุนการออมแห่งชาติ และหน่วยงานควรมีการทบทวนสวัสดิการต่างๆให้มีความสอดคล้องและเหมาะสมกับหน่วยงาน และ 3) ควรส่งเสริมการเข้าถึง จัดการอบรม ให้ข้อมูล ให้ความรู้ที่เหมาะสมกับการเตรียมความพร้อมในแต่ละช่วงวัย และกลุ่มเป้าหมายในทุกด้าน
