หน้าแรก

มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย

ศึกษาวิจัยและรวบรวมความรู้เกี่ยวกับผู้สูงอายุทั้งไทยและต่างประเทศ และส่งเสริมการพัฒนารูปแบบการดำเนินการด้านผู้สูงอายุสำหรับใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุไทย ตลอดจนเผยแพร่ความรู้และวิทยาการเกี่ยวกับผู้สูงอายุให้แก่สังคมโดยรวม

รายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย

รายงานวิชาการ

ผลวิจัย

โครงการการขยายผลการพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับสังคมสูงวัย

โครงการขยายผลการพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับสังคมสูงวัย ดำเนินงานโดยบริษัท ไรซ์ อิมแพค จำกัด ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย มีเป้าหมายเพื่อผลักดันนโยบายด้านผู้สูงอายุให้เดินหน้าต่อเนื่องผ่านการสื่อสารสาธารณะและการสร้างการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง โครงการแบ่งการทำงานเป็น 3 ส่วน ได้แก่ การหารือเชิงนโยบาย การพัฒนาสื่อเพื่อการสื่อสาร และการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ผลการดำเนินงานสะท้อนว่าการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากผู้เกี่ยวข้องในช่วงเวลาที่เหมาะสม รวมถึงกลยุทธ์การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงทางสังคมเกิดขึ้นจริงและรองรับความท้าทายของสังคมสูงวัยได้อย่างยั่งยืน  

โครงการศึกษาระบาดวิทยาระดับประเทศของโรค Covid-19 ในผู้ป่วยที่ได้รับ การบำบัดทดแทนไตโดยวิธีฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมในประเทศไทย

การศึกษานี้สำรวจการระบาดของโควิด-19 ในผู้ป่วยฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมทั่วประเทศช่วงปี 2563–2564 พบอัตราความชุกการติดเชื้อร้อยละ 5.23 และอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 6.7 ซึ่งมากกว่าประชากรทั่วไปอย่างชัดเจน โดยปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเสียชีวิต ได้แก่ อายุเกิน 60 ปี ภาวะอ้วน และโรคเบาหวาน ขณะเดียวกันผลวิจัยยืนยันว่าแม้การได้รับวัคซีน mRNA เพียง 1 เข็ม ก็สามารถลดความเสี่ยงการเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในผู้ป่วยทุกกลุ่มและผู้สูงอายุ งานวิจัยตอกย้ำความจำเป็นของการดูแลเชิงรุกและการเข้าถึงวัคซีนสำหรับผู้ป่วยฟอกเลือด ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดต่อโรคโควิด-19    

โอกาสและความท้าทายในการสร้างระบบบริการการดูแลทางสังคมที่จาเป็นสาหรับผู้สูงอายุในประเทศไทย ระยะที่ 1

โครงการนี้มุ่งสำรวจและวิเคราะห์ “อุปทาน” และศักยภาพของการจัดบริการดูแลทางสังคมสำหรับผู้สูงอายุในประเทศไทย โดยทบทวนวรรณกรรมเพื่อจำแนกรูปแบบบริการ ผู้ให้บริการ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ผลการศึกษาพบว่า ภาคเอกชนมีศักยภาพและให้บริการหลากหลาย ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานรัฐที่มีบทบาทเด่น แต่ยังขาดการบูรณาการความร่วมมือรัฐ–เอกชน โดยเฉพาะในระดับชุมชน บริการส่วนใหญ่ยังเน้นศูนย์ดูแล/บ้านพัก/สถานสงเคราะห์ ในขณะที่บริการดูแลที่บ้านยังมีจำกัด ค่าใช้บริการไม่ชัดเจน และกระจุกตัวในเมืองใหญ่ งานวิจัยเสนอให้ศึกษาเชิงลึกเพิ่มเติมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อนำไปออกแบบชุดบริการที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ และวางแนวทางเชื่อมโยงภาครัฐและเอกชนให้รองรับสังคมสูงวัยได้อย่างมีคุณภาพ    

แนวทางการจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุและชุดความรู้ที่มุ่งสู่ภาวะการสูงวัยอย่างมีพลัง

การวิจัยเรื่อง “แนวทางการจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุและชุดความรู้ที่มุ่งสู่ภาวะการสูงวัยอย่างมีพลัง” มุ่งพัฒนาหลักสูตรและรูปแบบการเรียนรู้สำหรับผู้สูงอายุให้สอดคล้องกับสังคมยุคฐานวิถีชีวิตใหม่ ผ่านการทบทวนวรรณกรรมและการศึกษาเชิงคุณภาพจากโรงเรียนผู้สูงอายุ 10 แห่ง ผลการศึกษานำไปสู่การปรับปรุงชุดความรู้ตามกรอบการสูงวัยอย่างมีพลัง 4 ด้าน และพัฒนารายวิชาใหม่รวม 36 วิชา พร้อมชั่วโมงการเรียนขั้นต่ำ 40 ชั่วโมง โดยเน้นการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและแบบผสมผสาน นอกจากนี้ยังเสนอแนวทางบริหารจัดการโรงเรียนผู้สูงอายุให้มีความยั่งยืน ผ่านความร่วมมือของภาคีเครือข่ายและการบริหารเชิงวิชาการที่เข้มแข็ง ข้อเสนอสำคัญคือการเพิ่มทักษะดิจิทัลให้ผู้สูงอายุและส่งเสริมการวิจัยเชิงปริมาณเพื่อการพัฒนาระบบบริหารจัดการในอนาคต  

ข่าว บทความ

กิจกรรม และเกร็ดความรู้สำหรับผู้สูงอายุ

ฉายภาพ “เมืองสูงวัย” และบทเรียนจากหน้างาน อปท. ขนาดใหญ่: จากกิจกรรมเฉพาะกิจสู่ระบบบริการประจำของเมือง

ภาพฝัน “อยู่ดี แก่ดี ตายดี” ในบริบทเมือง เมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” และกำลังมุ่งสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอดในอนาคตอันใกล้ โครงสร้างประชากรไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ข้อมูลเชิงวิชาการชี้ว่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 เป็นต้นมา จำนวนเด็กเกิดใหม่ของไทยน้อยกว่าจำนวนผู้เสียชีวิต และคาดการณ์ว่าภายในปี พ.ศ. 2585 ประชากรผู้สูงอายุจะมีจำนวนสูงถึง 18.9 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 31.4 ของประชากรทั้งประเทศ วิกฤตการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของตัวเลขประชากร หากแต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อม และสวัสดิการของเมือง โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ที่ชีวิตผู้สูงอายุมักเผชิญความซับซ้อน เช่น การอยู่อาศัยตามลำพัง ข้อจำกัดด้านการเดินทาง ความโดดเดี่ยวทางสังคม และภาวะ “แก่ก่อนรวย” ซึ่งพบว่าผู้สูงอายุไทยกว่าร้อยละ 66.7 ไม่มีเงินออมเพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณ จากเวทีระดมสมองและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “อปท. ขนาดใหญ่ กับบทบาทในการบริหารจัดการสังคมสูงอายุแนวใหม่” ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือของมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ สสส. ได้รวบรวมผู้บริหารและคนทำงานหน้างาน 27 คน จาก 15 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันฉายภาพ “เมืองสูงวัยในอุดมคติ” […]

bua

September 25, 2026

ยัง (YOUNG) อยู่ดี สู่ พิจิตร 100: นวัตกรรมสังคมร่วมผลิต (Co-production) ป้องกันภาวะเปราะบางในผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน

1. บริบทสถานการณ์: เมื่อพิจิตรก้าวสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society)” ในห้วงทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ แต่สำหรับจังหวัดพิจิตร สถานการณ์ความท้าทายนี้มีความเข้มข้นยิ่งกว่า ข้อมูลสถิติคาดการณ์ในปี พ.ศ. 2568 ระบุว่า สัดส่วนผู้สูงอายุในจังหวัดพิจิตรจะพุ่งสูงถึงร้อยละ 25.52 ซึ่งรั้งอันดับ 12 ของประเทศ และสูงกว่าค่าเฉลี่ยรวมของประเทศไทยถึงร้อยละ 4.19 ปรากฏการณ์นี้สะท้อนชัดว่าพิจิตรกำลังเผชิญหน้ากับ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society)” เต็มรูปแบบ วิกฤตที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ตัวเลขทางประชากรศาสตร์คือ “ภาวะเปราะบาง” (Frailty) ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นำไปสู่ภาวะพึ่งพิง ภาวะสมองเสื่อม และอุบัติเหตุจากการพลัดตกหกล้ม ความเสื่อมถอยของสมรรถนะภายใน (Intrinsic Capacity) ครอบคลุมทั้ง 9 ด้าน อาทิ การมองเห็น การเคลื่อนไหว สุขภาพช่องปาก และสุขภาพจิต กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ระบบบริการสาธารณสุขแบบเดิมซึ่งเน้นการรักษาเชิงรับ (Reactive Care) ไม่สามารถตอบสนองได้อย่างยั่งยืน เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณและบุคลากร รวมถึงภาระค่าใช้จ่ายระยะยาวที่ถาโถมเข้าสู่ครอบครัวและรัฐบาล 2. หัวใจของนวัตกรรม: กระบวนการร่วมผลิต (Co-production) […]

bua

September 25, 2026

จากระบบสุขภาพสู่ระบบสังคม: บทเรียน “ชราบานโมเดล” กับการขับเคลื่อนชุมชนที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ (Age-Friendly Community) จังหวัดปัตตานี

การก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Aged Society) ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดปัตตานี นำมาซึ่งความท้าทายที่ซับซ้อนกว่าพื้นที่อื่น เนื่องจากบริบททางวัฒนธรรม ศาสนา และสถานการณ์ความไม่สงบ บทความนี้จะนำเสนอการถอดบทเรียนจาก “ชราบานโมเดล” ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านจากการดูแลสุขภาพเชิงรับ สู่การสร้างระบบนิเวศทางสังคมที่เข้มแข็ง 1. สถานการณ์และสถิติประชากรสูงวัยในปัตตานี: ภัยเงียบสมองเสื่อมและการหกล้ม ปัจจุบันจังหวัดปัตตานีมีสัดส่วนประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีดัชนีการสูงวัยที่พุ่งสูงขึ้นในหลายอำเภอ อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ตัวเลขทางประชากรคือ “ภัยเงียบ” ที่คุกคามคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในพื้นที่อย่างรุนแรง 2. การเปลี่ยนผ่านจากชราบานโมเดล เฟส 1 สู่ เฟส 2: จาก Healthcare สู่ Social Integration ความสำเร็จของ “ชราบานโมเดล” (Charaban Model) คือความสามารถในการปรับตัวตามบริบทและความต้องการของพื้นที่ โดยมีการเปลี่ยนผ่านสำคัญดังนี้ จากระบบสุขภาพ (Healthcare) สู่การบูรณาการทางสังคม (Social Integration) ในเฟส 1 ชราบานโมเดลเน้นไปที่การคัดกรองสุขภาพและการจัดตั้งกลุ่มทำกิจกรรมพื้นฐาน แต่ในเฟส 2 ได้ยกระดับสู่การสร้าง “พื้นที่ทางสังคม” ที่ยั่งยืน โดยมองว่าผู้สูงอายุไม่ใช่ “ผู้ป่วย” […]

bua

September 25, 2026

● องค์ความรู้และนวัตกรรมจากการวิจัย ●

✧ Elderly Server : โปรแกรมฐานข้อมูลผู้สูงอายุ

โปรแกรมระบบฐานข้อมูลเพื่อใช้ในงานพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุระดับท้องถิ่น

✧ Active ageing assessment tool: แบบประเมินความมีชีวิตชีวาของผู้สูงอายุ

สำหรับการประเมินระดับความมีชีวิตชีวา (Active ageing) ของผู้สูงอายุในระดับบุคคล

ติดต่อเรา

  • มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.)
    Foundation of Thai Gerontology Research and Development institute (TGRI)
    1168 พหลโยธิน 22 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
  • โทรศัพท์ 02 511 5855 โทรสาร 02 939 2122
  • Aging@thainhf.org
  • เวลาทำการ จันทร์ – ศุกร์ 9.00 – 17.00 น. (ยกเว้นวันหยุดราชการ)

ติดตามเรา

ส่งข้อความ

ภาคีเครือข่าย