พลวัตการจ้างงานผู้สูงอายุในภาคเอกชนไทย: ศักยภาพ มาตรการสนับสนุน และความท้าทายเชิงโครงสร้าง

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การขยายตัวของสังคมสูงวัยในประเทศไทยได้ส่งผลให้ภาคธุรกิจและภาคแรงงานต้องปรับตัวอย่างมีนัยสำคัญ ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความจำเป็นของระบบเศรษฐกิจในการรักษากำลังแรงงานที่มีประสบการณ์ให้อยู่ในตลาดงานต่อไปให้นานที่สุด การลดลงของประชากรวัยแรงงานควบคู่ไปกับความต้องการแรงงานที่มีทักษะเฉพาะทาง ทำให้ภาคเอกชนไทยจำเป็นต้องพิจารณา “ผู้สูงอายุ” ไม่ใช่ในฐานะแรงงานส่วนเกิน แต่เป็น “กำลังคนเชิงกลยุทธ์” ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและรักษามาตรฐานงานในหลายสาขาได้ งานวิจัยหลายชิ้นสะท้อนให้เห็นภาพการจ้างงานผู้สูงอายุในภาคเอกชนไทยอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติของแรงจูงใจ มาตรการส่งเสริม ความสามารถในการทำงานของผู้สูงอายุ และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของตลาดแรงงานที่ยังคงเป็นอุปสรรคต่อการจ้างงานจริง บทความนี้จึงต้องการนำเสนอภาพรวมเชิงลึกของ “พลวัตการจ้างงานผู้สูงอายุในภาคเอกชนไทย” เพื่อให้เห็นถึงศักยภาพและความเป็นไปได้ของนโยบายการจ้างงานผู้สูงอายุในอนาคต   บริบทสังคมสูงวัยและผลกระทบต่อภาคเอกชนไทย ประชากรผู้สูงอายุของไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ โดยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด และคาดว่าจะเพิ่มเป็นร้อยละ 28 ภายในปี 2576 (มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย, 2566) การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ภาคเอกชนต้องเผชิญความท้าทายในการดึงดูดแรงงานใหม่ ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาคุณภาพงานและความต่อเนื่องของกระบวนการผลิต ในบางอุตสาหกรรม เช่น การผลิต การค้าปลีก การบริการ และงานที่ต้องพึ่งพาทักษะประสบการณ์ การสูญเสียแรงงานที่มีทักษะเฉพาะทางจำนวนมากในเวลาใกล้เคียงกันอาจทำให้เกิด “ช่องว่างเชิงผลิตภาพ” ได้อย่างชัดเจน ผลที่ตามมาคือภาคเอกชนจำนวนหนึ่งเริ่มหันกลับมามองผู้สูงอายุในฐานะแรงงานที่ยังสามารถสร้างคุณค่าได้ โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ความละเอียด ความรับผิดชอบสูง และความมั่นคงต่อเนื่องของบุคลากร อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ระบบจ้างงานของภาคเอกชนไทยยังคงถูกจำกัดด้วยกรอบความคิดเรื่องอายุการทำงานที่หยุดอยู่ที่ช่วงอายุ 55–60 ปี ซึ่งมีผลสืบเนื่องมาจากการประกันสังคม กฎหมายแรงงาน […]

bua

February 16, 2026

นัยเชิงนโยบายของการขยายอายุเกษียณราชการ: โครงสร้าง ระบบราชการไทย และผลกระทบต่อสวัสดิการระยะยาว

การถกเถียงเรื่อง “การขยายอายุเกษียณราชการ” ในประเทศไทย กลายเป็นหนึ่งในประเด็นสาธารณะที่สะท้อนทั้งความเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากร เศรษฐกิจ และความเชื่อเกี่ยวกับบทบาทของผู้สูงอายุในสังคมอย่างชัดเจน ช่วงปลายปี 2568 ประเด็นนี้ถูกผลักขึ้นมาอยู่ในความสนใจของสังคมอีกครั้ง เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนถึงความคืบหน้ากรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งให้ศึกษาแนวคิด “การขยายอายุเกษียณราชการหลังอายุ 60 ปี” โดยมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ร่วมกับกรมบัญชีกลางและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการวิเคราะห์ผลกระทบในมิติต่าง ๆ อย่างรอบด้าน คำสั่งดังกล่าวเกิดขึ้นบนฐานความจริงที่ว่าประเทศไทยกำลังเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” หรือ Aged Society อย่างเต็มตัว ลักษณะสำคัญของช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ ได้แก่ อัตราการเกิดที่ต่ำกว่าอัตราการตายต่อเนื่อง อายุขัยเฉลี่ยของคนไทยที่สูงถึงระดับ 70–80 ปี การลดลงของจำนวนคนวัยทำงานอย่างต่อเนื่อง และภาระงบประมาณบำนาญที่รัฐต้องแบกรับยืดยาวออกไปกว่ายี่สิบปีหลังเกษียณของข้าราชการแต่ละคน กล่าวอีกนัยหนึ่ง ระบบราชการไทยกำลังยืนอยู่บนทางแยกสำคัญระหว่างโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป กับแบบแผนเกษียณอายุราชการที่ยังคงยึดติดกับเกณฑ์อายุ 60 ปีซึ่งถูกออกแบบในยุคที่คนมีอายุขัยสั้นกว่าปัจจุบันอย่างมาก (มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย, 2566) ในวันต่อมา ประเด็นเรื่องสังคมสูงวัยและภาระของคนวัยทำงานถูกขยายความต่อในเวทีสาธารณะ เมื่อวันที่ […]

bua

February 16, 2026

การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมสูงวัยของไทยกับความจำเป็นของการขยายอายุการทำงาน: วิเคราะห์เชิงโครงสร้างประชากรและตลาดแรงงาน

ประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่สังคมสูงวัยด้วยความเร็วที่สร้างความตื่นตัวไปทั่วทั้งระบบเศรษฐกิจและสังคม อัตราการเกิดที่ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง จำนวนผู้เสียชีวิตที่สูงกว่าเด็กแรกเกิดในหลายปีติดต่อกัน และอายุขัยเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นสู่ช่วง 70–80 ปี ล้วนเป็นสัญญาณว่าประเทศกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ (มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย, 2566) การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เป็นเพียงปรากฏการณ์ประชากรศาสตร์ แต่เป็นแรงกระเพื่อมที่ส่งผลต่อทุกสถาบัน ตั้งแต่ตลาดแรงงาน ระบบสวัสดิการ ความมั่นคงครัวเรือน ตลอดจนความสามารถในการแข่งขันของประเทศในภาพรวม ข้อมูลสำคัญระบุว่า ประเทศไทยเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” ตั้งแต่ปี 2567 เมื่อประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนเกินร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด และกำลังจะเข้าสู่ “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” ภายในปี 2576 โดยมีประชากรสูงอายุเกินร้อยละ 28 ของประชากรทั้งหมด (มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย, 2566) ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเร็วกว่าในหลายประเทศพัฒนาแล้วที่ใช้เวลายาวนานกว่า 30–40 ปี ทำให้ประเทศไทยต้องเผชิญความท้าทายอย่างหนักในช่วงเวลาสั้น ๆ ขณะที่สถาบันต่าง ๆ อาจยังไม่มีการปรับตัวทันกับความเปลี่ยนแปลง บทความนี้มุ่งอธิบาย “สถานการณ์โครงสร้างประชากรและตลาดแรงงานของไทย” พร้อมวิเคราะห์เหตุผลที่ทำให้ “การขยายอายุการทำงาน” กลายเป็นเรื่องสำคัญในเชิงระบบ มากกว่าการเป็นเพียงนโยบายเฉพาะทางแรงงาน   โครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป: แรงกดดันจากสังคมสูงวัย สังคมไทยกำลังเผชิญภาวะ “ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น–วัยแรงงานลดลง” อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อภาคแรงงานและระบบเศรษฐกิจ […]

bua

February 11, 2026

โครงการการขยายผลการพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับสังคมสูงวัย

โครงการขยายผลการพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับสังคมสูงวัย ดำเนินงานโดยบริษัท ไรซ์ อิมแพค จำกัด ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย มีเป้าหมายเพื่อผลักดันนโยบายด้านผู้สูงอายุให้เดินหน้าต่อเนื่องผ่านการสื่อสารสาธารณะและการสร้างการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง โครงการแบ่งการทำงานเป็น 3 ส่วน ได้แก่ การหารือเชิงนโยบาย การพัฒนาสื่อเพื่อการสื่อสาร และการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ผลการดำเนินงานสะท้อนว่าการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากผู้เกี่ยวข้องในช่วงเวลาที่เหมาะสม รวมถึงกลยุทธ์การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงทางสังคมเกิดขึ้นจริงและรองรับความท้าทายของสังคมสูงวัยได้อย่างยั่งยืน  

bua

December 23, 2025

โครงการศึกษาระบาดวิทยาระดับประเทศของโรค Covid-19 ในผู้ป่วยที่ได้รับ การบำบัดทดแทนไตโดยวิธีฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมในประเทศไทย

การศึกษานี้สำรวจการระบาดของโควิด-19 ในผู้ป่วยฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมทั่วประเทศช่วงปี 2563–2564 พบอัตราความชุกการติดเชื้อร้อยละ 5.23 และอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 6.7 ซึ่งมากกว่าประชากรทั่วไปอย่างชัดเจน โดยปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเสียชีวิต ได้แก่ อายุเกิน 60 ปี ภาวะอ้วน และโรคเบาหวาน ขณะเดียวกันผลวิจัยยืนยันว่าแม้การได้รับวัคซีน mRNA เพียง 1 เข็ม ก็สามารถลดความเสี่ยงการเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในผู้ป่วยทุกกลุ่มและผู้สูงอายุ งานวิจัยตอกย้ำความจำเป็นของการดูแลเชิงรุกและการเข้าถึงวัคซีนสำหรับผู้ป่วยฟอกเลือด ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดต่อโรคโควิด-19    

bua

December 23, 2025

โอกาสและความท้าทายในการสร้างระบบบริการการดูแลทางสังคมที่จาเป็นสาหรับผู้สูงอายุในประเทศไทย ระยะที่ 1

โครงการนี้มุ่งสำรวจและวิเคราะห์ “อุปทาน” และศักยภาพของการจัดบริการดูแลทางสังคมสำหรับผู้สูงอายุในประเทศไทย โดยทบทวนวรรณกรรมเพื่อจำแนกรูปแบบบริการ ผู้ให้บริการ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ผลการศึกษาพบว่า ภาคเอกชนมีศักยภาพและให้บริการหลากหลาย ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานรัฐที่มีบทบาทเด่น แต่ยังขาดการบูรณาการความร่วมมือรัฐ–เอกชน โดยเฉพาะในระดับชุมชน บริการส่วนใหญ่ยังเน้นศูนย์ดูแล/บ้านพัก/สถานสงเคราะห์ ในขณะที่บริการดูแลที่บ้านยังมีจำกัด ค่าใช้บริการไม่ชัดเจน และกระจุกตัวในเมืองใหญ่ งานวิจัยเสนอให้ศึกษาเชิงลึกเพิ่มเติมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อนำไปออกแบบชุดบริการที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ และวางแนวทางเชื่อมโยงภาครัฐและเอกชนให้รองรับสังคมสูงวัยได้อย่างมีคุณภาพ    

bua

December 23, 2025

แนวทางการจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุและชุดความรู้ที่มุ่งสู่ภาวะการสูงวัยอย่างมีพลัง

การวิจัยเรื่อง “แนวทางการจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุและชุดความรู้ที่มุ่งสู่ภาวะการสูงวัยอย่างมีพลัง” มุ่งพัฒนาหลักสูตรและรูปแบบการเรียนรู้สำหรับผู้สูงอายุให้สอดคล้องกับสังคมยุคฐานวิถีชีวิตใหม่ ผ่านการทบทวนวรรณกรรมและการศึกษาเชิงคุณภาพจากโรงเรียนผู้สูงอายุ 10 แห่ง ผลการศึกษานำไปสู่การปรับปรุงชุดความรู้ตามกรอบการสูงวัยอย่างมีพลัง 4 ด้าน และพัฒนารายวิชาใหม่รวม 36 วิชา พร้อมชั่วโมงการเรียนขั้นต่ำ 40 ชั่วโมง โดยเน้นการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและแบบผสมผสาน นอกจากนี้ยังเสนอแนวทางบริหารจัดการโรงเรียนผู้สูงอายุให้มีความยั่งยืน ผ่านความร่วมมือของภาคีเครือข่ายและการบริหารเชิงวิชาการที่เข้มแข็ง ข้อเสนอสำคัญคือการเพิ่มทักษะดิจิทัลให้ผู้สูงอายุและส่งเสริมการวิจัยเชิงปริมาณเพื่อการพัฒนาระบบบริหารจัดการในอนาคต  

bua

December 23, 2025

การศึกษาการประหยัดต้นทุนในการรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาล ของผู้ป่วยสูงอายุที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งที่ได้รับการรักษาแบบประคับประคองร่วมด้วยเปรียบเทียบกับที่ได้รับการรักษาแบบมาตรฐาน

การศึกษานี้วิเคราะห์ผลของการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative care) ในผู้ป่วยมะเร็งอายุ 60 ปีขึ้นไป เปรียบเทียบกับการรักษาตามมาตรฐาน โดยใช้ข้อมูลผู้ป่วยย้อนหลังจากโรงพยาบาลรามาธิบดีระหว่างปี 2559–2564 ผลการวิจัยพบว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคองร่วมด้วยมีค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ในช่วง 1, 3 และ 6 เดือนก่อนเสียชีวิตลดลงอย่างชัดเจน (ลดลง 44%, 28% และ 27% ตามลำดับ) เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับการดูแลดังกล่าว โดยเฉพาะผู้ใช้สิทธิ์สวัสดิการข้าราชการที่มีค่าใช้จ่ายลดลงสูงสุด งานวิจัยชี้ว่าการบูรณาการการดูแลแบบประคับประคองตั้งแต่ระยะวินิจฉัย สามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย เพิ่มคุณภาพการดูแลระยะท้าย และควรได้รับการส่งเสริมในระบบบริการสุขภาพของประเทศ

bua

December 23, 2025

การประเมินความจำเป็นที่ต้องได้รับบริการแบบประคับประคอง ในชุมชนชนบทของหน่วยบริการปฐมภูมิ

การศึกษานี้ทดสอบคุณภาพของเครื่องมือประเมินความจำเป็นในการได้รับการดูแลแบบประคับประคองในชุมชน (PCST) และสำรวจความชุกของผู้ป่วยที่ต้องได้รับบริการประคับประคองในระบบสุขภาพอำเภอ 2 แห่ง ผลการพัฒนาพบว่าเครื่องมือมีความตรงเชิงเนื้อหาและความเชื่อถือได้ในระดับดี สามารถใช้โดยแพทย์ พยาบาล และอาสาสมัครสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการสำรวจ พบความชุกของผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลแบบประคับประคองราว 2 รายต่อประชากร 1,000 คน โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยกลุ่มไม่ใช่มะเร็งและโรคระบบประสาทร่วมกับภาวะผู้สูงอายุ การศึกษาชี้ว่าเครื่องมือนี้สามารถใช้ค้นหาผู้ป่วยระยะท้ายในชุมชนได้จริง และควรพัฒนาศักยภาพบริการประคับประคองระดับพื้นฐานเพื่อรองรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้อย่างครอบคลุม  

bua

December 23, 2025
1 2 3 4 11