ปลดล็อก อปท. ร่วมคิด-ร่วมสร้าง: ทางออกและข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย

หลังจากบทความแรกได้พาไปสำรวจ “ช่องว่าง” ของระบบการดูแลผู้สูงอายุในระดับท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นการมองปัญหาที่กระจุกตัวอยู่เฉพาะมิติสุขภาพกาย (Medical Model), ข้อจำกัดด้านงบประมาณที่กระจัดกระจาย, ระเบียบเบิกจ่ายที่ไม่ยืดหยุ่น และการประเมินผลที่ยังไม่สะท้อนคุณภาพชีวิตที่แท้จริง

คำถามสำคัญถัดมาคือ “แล้วทางออกที่ทำได้จริงคืออะไร?” และ อปท. จะสามารถก้าวจากการเป็นเพียงผู้แจกเบี้ยสงเคราะห์ ไปสู่การเป็น “นักบริหารจัดการสังคมสูงอายุแนวใหม่” ได้อย่างไร?

ความก้าวหน้าจากการดำเนินงานโครงการพัฒนาศักยภาพนักบริหารจัดการสังคมสูงอายุแนวใหม่ฯ โดยความร่วมมือระหว่างคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มส.ผส. และ สสส. ได้ประมวลผลลัพธ์และถอดบทเรียนสู่ 3 ข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางปฏิบัติสำคัญ ที่จะช่วยปลดล็อกศักยภาพของ อปท. ในการดูแลผู้สูงวัยอย่างยั่งยืน ดังนี้:

1. สร้างระบบการดูแลระยะกลางทางสังคม (Social Intermediate Care) และกลุ่มเสี่ยง

เพื่อไม่ให้ผู้สูงอายุ “กลุ่มเสี่ยงทางสังคม” (เช่น ผู้สูงอายุอยู่ลำพัง, มีภาวะซึมเศร้า, หรือเสี่ยงสมองเสื่อมระยะแรก) หลุดรอดจากระบบจนกลายเป็นผู้สูงอายุติดบ้าน/ติดเตียงก่อนวัยอันควร ประเทศไทยจำเป็นต้องขยายขอบเขตบริการจากการดูแลทางการแพทย์บริสุทธิ์ สู่ ระบบการดูแลระยะกลางทางสังคม (Social Intermediate Care)

  • จัดทำ Social Care Plan และการดูแลรายกรณี (Case Management): ใช้ทีมสหวิชาชีพและนักจัดการเคสประเมินผู้สูงอายุในมิติสังคม สิ่งแวดล้อม และสวัสดิการ ร่วมกับการจัดทำแผนดูแลรายบุคคล เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงลึก เช่น การปรับสภาพแวดล้อมบ้านให้ปลอดภัย การลดภาระผู้ดูแล หรือการจัดกิจกรรมฟื้นฟูสุขภาวะทางใจ
  • สร้างบริการDay Care ชุมชน (ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุช่วงกลางวัน): ดังเช่นตัวอย่างความสำเร็จของ เทศบาลตำบลเทพารักษ์ ที่ร่วมคิดร่วมสร้างจัดตั้งศูนย์ Day Care ชุมชนขึ้น เพื่อให้ผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงได้มีพื้นที่ทำกิจกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพ ชะลอภาวะสมองเสื่อม และสร้างปฏิสัมพันธ์ข้ามรุ่น (Intergenerational Activities) กับเด็กเล็กในพื้นที่
  • ปลดล็อกและปลูกถ่ายความยืดหยุ่นให้กองทุนท้องถิ่น: ทบทวนระเบียบกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น (กปท.) และกองทุน LTC ให้สามารถสนับสนุนบริการเชิงสังคม เช่น ค่าอาหารสำหรับผู้สูงอายุในศูนย์ Day Care หรือค่าตอบแทนวิชาชีพด้านสังคม รวมถึงการจัดทำผังเชื่อมโยงงบประมาณ (กปท. + LTC + งบ พม. + งบ อปท.) เพื่อบริหารจัดการแบบบูรณาการ

2. พัฒนา “นักบริหารจัดการสังคมสูงอายุแนวใหม่” และสร้างกลไกพี่เลี้ยง (Coaching)

การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาด “คน” ที่มีศักยภาพและมุมมองใหม่ การพัฒนาบุคลากร อปท. จึงต้องดำเนินการอย่างยุทธศาสตร์ผ่าน หลักสูตร 2 ระดับ:

  1. ระดับบริหาร (นายก อปท., ปลัด, ผู้อำนวยการกอง): เน้นการปรับ Mindset ให้มองเห็นภาพรวมนวัตกรรมบริการสาธารณะ ยุทธศาสตร์การยกระดับคุณภาพชีวิต และทักษะการบริหารงบประมาณบูรณาการข้ามกองทุนโดยไม่ผิดระเบียบ
  2. ระดับปฏิบัติการ (นักสังคมสงเคราะห์, พยาบาล, เจ้าหน้าที่หน้างาน): เน้นทักษะปฏิบัติจริง เช่น การคัดกรอง 5 มิติ, การจัดทำ Social Care Plan ดิจิทัล, การวิเคราะห์ข้อมูล Big Data ในพื้นที่ และเทคนิคการฟื้นฟูผู้สูงอายุเชิงสังคม

นอกจากนี้ เพื่อให้ อปท. เกิดความมั่นใจและไม่ต้อง “เดี่ยวกลางทาง” ควรมี กลไกพี่เลี้ยง (Coaching & Buddy System) โดยจับคู่ อปท. ต้นแบบที่เป็นศูนย์เรียนรู้ เช่น เทศบาลนครหัวหิน, เทศบาลเมืองบึงยี่โถ, เทศบาลตำบลทับมา หรือเทศบาลเมืองนาสาร เข้ากับ อปท. เครือข่ายรอบข้าง เพื่อถ่ายทอดเทคนิคการทำงาน ให้คำปรึกษาเรื่องข้อระเบียบ และคอยเป็นที่ปรึกษาหน้างานอย่างใกล้ชิด

3. เชื่อมโยงเกณฑ์ประเมิน อปท. (LPA) และการสร้างหลักฐานคุณค่าทางสังคม (Social Impact)

เพื่อจูงใจให้ อปท. ทั่วประเทศขยับตัวทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง ข้อเสนอเชิงนโยบายสำคัญคือการปรับเปลี่ยนระบบวัดผลการดำเนินงานของภาครัฐ:

  • เชื่อมโยงสมรรถนะบุคลากรเข้ากับเกณฑ์ LPA: กำหนดให้ อปท. ที่มีการพัฒนาบุคลากรจนผ่านหลักสูตรนักบริหารจัดการสังคมสูงอายุฯ และมีระบบการจัดบริการเชิงสังคมในพื้นที่ ได้รับคะแนนประเมินประสิทธิภาพ (LPA) ในระดับที่สูงขึ้น (จากเกณฑ์ C สู่ B และ A) เพื่อให้งานผู้สูงอายุกลายเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของ อปท. อย่างแท้จริง
  • การประเมินคุณค่าทางสังคม (Social Value Assessment): สนับสนุนให้ อปท. มีการประเมินผลลัพธ์เชิงประจักษ์ (เช่น อัตราการชะลอภาวะติดเตียง, ความสุขของผู้สูงอายุ, การลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว) เพื่อนำหลักฐานเชิงประจักษ์เหล่านี้ไปอธิบายความคุ้มค่าของการจัดบริการ ลดความกังวลใจเรื่องการถูกตรวจสอบจาก สตง.

บทสรุป: ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมออกแบบอนาคตสังคมสูงวัย

การเตรียมความพร้อมรับมือสังคมสูงวัย ไม่ใช่ภาระของกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง และไม่ใช่สิ่งที่ อปท. ต้องแบกรับไว้เพียงลำพัง แต่เป็นโอกาสครั้งสำคัญที่ท้องถิ่นจะลุกขึ้นมา “ร่วมคิด ร่วมสร้าง” ระบบสวัสดิการที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ตนเอง

เมื่อ อปท. ได้รับการปลดล็อกข้อจำกัดเชิงระเบียบ, ได้รับการสนับสนุนงบประมาณที่บูรณาการ, และมีบุคลากรที่เป็น “นักบริหารจัดการสังคมสูงอายุแนวใหม่” ท้องถิ่นจะกลายเป็นปราการด่านหน้าที่เข้มแข็งที่สุด ในการเนรมิตให้ชุมชนเป็นพื้นที่น่าอยู่ มีสุขภาวะดี และไม่ทอดทิ้งผู้สูงวัยคนใดไว้ข้างหลังอย่างแท้จริง


จัดทำและเรียบเรียงโดย: มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.)

วันที่เผยแพร่: 28 กันยายน 2569

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง/ ที่มา: สรุปสาระสำคัญจากการดำเนินโครงการ ‘การพัฒนาศักยภาพนักบริหารจัดการสังคมสูงอายุแนวใหม่ผ่านการร่วมคิดร่วมสร้างในชุมชน’ ดำเนินการโดย ผศ.ดร. ณัฏฐพัชร สโรบล คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ภาพปกจาก : Google NotebookLM