วิกฤตสุญญากาศทางกฎหมายและการพิทักษ์สิทธิผู้สูงอายุไทย

1. สถานการณ์วิกฤตและสุญญากาศทางกฎหมาย

  • วิกฤตความรุนแรงพุ่งสูง: ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยสมบูรณ์ (ประชากรสูงอายุ 20% ในปี 2567) สถิติสายด่วน 1300 พบการกระทำรุนแรงต่อผู้สูงอายุ เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า (จาก 152 รายในปี 2563 เป็น 359 รายในปี 2568) โดย 80–87% เกิดขึ้นภายในครอบครัว
  • รูปแบบการละเมิดหลัก: การละเมิดทางจิตใจ/อารมณ์ (25–56%) และการแสวงประโยชน์ทางทรัพย์สิน/ภัยไซเบอร์ (13.6–54.4% เสียหายรวมกว่า 13,000 ล้านบาท)
  • ต้นตอปัญหา (สุญญากาศทางกฎหมาย): กฎหมายแพ่งเดิมใช้ระบบ “แบ่งขั้ว (All-or-Nothing)” คือมองแค่ สติสมบูรณ์ 100% หรือ ไร้ความสามารถ แต่ภาวะสมองเสื่อมของผู้สูงอายุเกิดขึ้นแบบ ค่อยเป็นค่อยไป (Progressive decline) ทำให้เกิด “ช่วงรอยต่อ” ที่ผู้สูงอายุเริ่มถูกล่อลวงโอนทรัพย์สิน แต่รัฐและครอบครัวยังไม่สามารถยื่นมือเข้าคุ้มครองทางกฎหมายได้ทันการณ์


2. สาระสำคัญของการปรับเปลี่ยนกฎหมาย (ร่าง พ.ร.บ. ผู้สูงอายุ ฉบับใหม่)

  • เพิ่มกลไก “ผู้คุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุ” (Rights Protector): แต่งตั้งเจ้าหน้าที่เข้าทำหน้าที่ดูแลสวัสดิภาพ และยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อบริหารจัดการทรัพย์สินแทนผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิงภายใต้การกำกับของศาลเมื่อได้รับความยินยอม

จำแนกบุคลากร 3 กลุ่มชัดเจน:

  1. ผู้คุ้มครองสิทธิ (Rights Protector): เจ้าหน้าที่รัฐ/ผู้ได้รับแต่งตั้ง มีอำนาจกฎหมายในการคุ้มครองสิทธิ ยื่นศาล และจัดการทรัพย์สิน
  2. ผู้ดูแล (Family Caregiver): สมาชิกในครอบครัวที่ดูแลการดำเนินชีวิตประจำวัน
  3. ผู้บริบาลมืออาชีพ (Professional Caregiver / Case Manager): ทีมวิชาชีพ/นักจัดการรายกรณีในพื้นที่ คอยคัดกรอง เฝ้าระวังเชิงรุก และจัดการเคสละเมิดสิทธิ
  • ขยายสิทธิเชิงกระบวนการ: ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ในคดีคุ้มครองสิทธิ และเสนอเพิ่ม ปลัดกระทรวงยุติธรรม เข้าเป็นกรรมการในบอร์ดผู้สูงอายุแห่งชาติ เพื่อเชื่อมโยงมิติยุติธรรมอย่างบูรณาการ



3. ข้อสรุปเชิงนโยบาย: ปรับระบบเชิงรุกและสร้างสมดุลแห่งสิทธิ
เปลี่ยนกระบวนทัศน์จาก “การสงเคราะห์ตั้งรับ” ไปสู่ “การคุ้มครองสิทธิเชิงรุกบนฐานสิทธิมนุษยชน” โดยสร้างสมดุลระหว่าง 2 เสาหลัก:

  • การคุ้มครองโดยรัฐ (State Protection): รัฐมีกลไกเชิงรุกและกฎหมายปกป้องผู้สูงอายุจากความเสี่ยงและการถูกแสวงประโยชน์
  • การเคารพสิทธิในการกำหนดชีวิตตนเอง (Self-Determination): เปิดระบบ การตัดสินใจโดยมีผู้สนับสนุน (Supported Decision-Making) และ หนังสือแสดงเจตนาล่วงหน้า (Advance Directives / LPA) เพื่อให้ผู้สูงอายุเลือกผู้ดูแลและวางแผนจัดการทรัพย์สิน/การรักษาของตนเองไว้ล่วงหน้าได้อย่างมีศักดิ์ศรี

จัดทำและเรียบเรียงโดย: มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.)

วันที่เผยแพร่: 28 กันยายน 2569

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง/ ที่มา: สรุปสาระสำคัญจากการสังเคราะห์ข้อมูลเชิงวิชาการและพัฒนาข้อเสนอด้านกลไก/มาตรการที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุในประเทศไทย ดำเนินการโดย ดร.ภัทรพร คงบุญ

ภาพปกจาก : Google NotebookLM