จากทัศนคติสู่โครงสร้าง: ความเชื่อ ความคาดหวัง และความเป็นธรรมต่อคนต่างรุ่นในการขยายอายุการทำงานของผู้สูงอายุไทย

การขยายอายุการทำงานของผู้สูงอายุเป็นหนึ่งในประเด็นที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงสำคัญของสังคมไทยในยุคประชากรสูงวัย ไม่ว่าจะเป็นการขยายอายุเกษียณราชการจาก 60 ปี เป็น 63 ปี หรือ 65 ปี รวมถึงการส่งเสริมให้ภาคเอกชนจ้างงานผู้สูงอายุมากขึ้น ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นมาตรการที่ต้องพิจารณาผ่าน “สองมิติซ้อนทับกัน” คือมิติของ ข้อมูลเชิงโครงสร้าง และมิติของ ความคิด ความรู้สึก และทัศนคติของคนในสังคม เพราะแม้ข้อมูลจากงานวิจัยจำนวนมาก จะยืนยันว่าผู้สูงอายุสามารถทำงานได้และมีศักยภาพสูง แต่ความเชื่อของคนในสังคมต่อผู้สูงอายุ — ว่าช้า อ่อนแรง ไม่ทันโลก หรือแย่งงานคนรุ่นใหม่ — ก็ยังมีอยู่เช่นกัน ในทางกลับกัน กลุ่มที่สนับสนุนการขยายอายุเกษียณก็ให้เหตุผลว่าผู้สูงอายุยุคใหม่แข็งแรง ทำงานต่อได้ และมีประสบการณ์ที่องค์กรจำเป็นต้องรักษาไว้ บทความนี้มุ่งสำรวจ “ทัศนคติ” และ “ความคาดหวัง” ของสังคมไทยต่อการขยายอายุการทำงาน รวมถึงผลของทัศนคติเหล่านี้ต่อการออกแบบนโยบายสาธารณะ ทั้งในระดับปัจเจก ครัวเรือน หน่วยงาน และระดับประเทศ โดยใช้ข้อมูลจากรายงาน “ทัศนคติต่อการขยายอายุการทำงาน”, งานวิจัยด้านแรงงานสูงอายุ, และเอกสารเกี่ยวกับการจ้างงานผู้สูงอายุทั้งภาคเอกชนและนอกระบบ   ทัศนคติของสังคมไทยต่อการขยายอายุการทำงาน: ช่องว่างระหว่าง “ข้อเท็จจริง” และ “ความรู้สึก” งานวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (2562) […]

bua

February 16, 2026

ผลกระทบด้านมหภาคและจุลภาคของการขยายอายุเกษียณ: เศรษฐกิจ สวัสดิการ และชีวิตครัวเรือนผู้สูงอายุไทย

การขยายอายุเกษียณไม่ใช่เพียง “การเลื่อนตัวเลข” จาก 60 ไปเป็น 63 หรือ 65 ปี หากแต่เป็นการขยับโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจ สวัสดิการ และวิถีชีวิตของผู้คนจำนวนมหาศาลในเวลาเดียวกัน ในระดับประเทศ การตัดสินใจดังกล่าวมีผลต่อผลิตภาพแรงงาน ศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ และภาระทางการคลังของรัฐ ขณะที่ในระดับครัวเรือน การขยายอายุเกษียณส่งผลต่อรายได้ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และบทบาทของผู้สูงอายุในครอบครัวอย่างลึกซึ้ง งานศึกษาว่าด้วย “ผลกระทบด้านมหภาคและจุลภาคของการขยายอายุเกษียณ” ให้ภาพที่ชัดเจนว่าการเลื่อนอายุเกษียณมีทั้งด้านบวกและด้านลบ มีทั้งผลดีในมุมหนึ่ง และเงื่อนไขที่ต้องบริหารจัดการอย่างระมัดระวังในอีกมุมหนึ่ง การทำความเข้าใจพลวัตเหล่านี้จึงเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบนโยบายที่สมดุลและเป็นธรรม ทั้งต่อรัฐ ข้าราชการ ภาคเอกชน และครัวเรือนผู้สูงอายุ บทความนี้มุ่งอธิบายผลกระทบของการขยายอายุเกษียณทั้งในระดับมหภาค (เศรษฐกิจระดับประเทศ การคลัง และตลาดแรงงาน) และในระดับจุลภาค (ครัวเรือน รายได้ การตัดสินใจชีวิตของผู้สูงอายุ) โดยอาศัยข้อมูลและข้อค้นพบจากงานวิจัยด้านประชากรและผู้สูงอายุในประเทศไทย   มุมมองระดับมหภาค: ผลต่อเศรษฐกิจ การคลัง และตลาดแรงงาน การเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วของไทยทำให้สัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นขณะที่สัดส่วนวัยแรงงานลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ “อัตราส่วนพึ่งพิงผู้สูงอายุ” (old-age dependency ratio) เพิ่มขึ้น หมายความว่า คนวัยทำงานต้องรองรับภาระดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ทั้งผ่านภาษีที่จ่ายให้รัฐและการดูแลในระดับครัวเรือน (มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย, […]

bua

February 16, 2026

สุขภาพ ความสามารถในการทำงาน และแนวคิด “Work Ability” ของผู้สูงอายุไทย: รากฐานสำคัญของการขยายอายุการทำงานในสังคมสูงวัย

ท่ามกลางการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบของประเทศไทย คำถามสำคัญข้อหนึ่งที่สังคมมักตั้งข้อสงสัย คือ “ผู้สูงอายุยังสามารถทำงานได้หรือไม่?” ประเด็นนี้สัมพันธ์โดยตรงกับความเป็นไปได้ของนโยบาย “การขยายอายุการทำงาน” หรือ “การขยายอายุเกษียณราชการ” ซึ่งจำเป็นต้องพิจารณาจากข้อมูลด้านสุขภาพ ความสามารถในการทำงาน และสภาพแวดล้อมการทำงานที่เหมาะสมของผู้สูงอายุโดยตรง ไม่ใช่เพียงจากตัวเลขอายุเพียงอย่างเดียว เอกสารชุดที่ได้รับ ซึ่งรวมถึงรายงาน “Fit2Work” และงานวิจัยด้านสุขภาพแรงงานจำนวนหลายฉบับ สะท้อนภาพอย่างชัดเจนว่า “ศักยภาพในการทำงานของผู้สูงอายุไทยไม่ได้ลดลงทันทีเมื่ออายุถึง 60 ปี” ตรงกันข้าม หากมีการดูแลสุขภาพที่ดี การจัดสภาพงานที่เหมาะสม และการปรับภาระงานให้สอดคล้องกับความสามารถ ศักยภาพของผู้สูงอายุยังสามารถคงอยู่ได้ยาวนานกว่าเดิมมาก บทความนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายความหมายของ “ความสามารถในการทำงาน” (Work Ability) อิทธิพลของสุขภาพต่อ productivity ของผู้สูงอายุในระยะยาว รวมถึงผลจากโครงการ Fit2Work ที่เป็นหลักฐานสำคัญสำหรับการออกแบบนโยบายรองรับแรงงานสูงวัยในไทย   สังคมสูงวัยและความสำคัญของการประเมินความสามารถในการทำงาน การเปลี่ยนผ่านของโครงสร้างประชากรไทยทำให้จำนวนประชากรวัยแรงงานลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประเทศไทยมีผู้สูงอายุเกิน 20% ของประชากรทั้งหมดตั้งแต่ปี 2566 และคาดว่าจะมีมากกว่า 28% ภายในปี 2576 (มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย, 2566) ผลลัพธ์คือแรงกดดันต่อระบบเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน เนื่องจากกำลังคนที่ลดลงไม่ได้ถูกทดแทนอย่างเพียงพอ ดังนั้น ความสามารถในการคงแรงงานสูงอายุในตลาดแรงงานจึงเป็นประเด็นที่สำคัญในระดับประเทศ […]

bua

February 16, 2026

ระบบข้าราชการไทยท่ามกลางสังคมสูงวัย: ความท้าทายเชิงสถาบัน การจัดสรรกำลังคน และความหมายใหม่ของการรับราชการในยุคอายุยืน

ระบบข้าราชการไทยเป็นหนึ่งในสถาบันที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนรัฐและให้บริการสาธารณะมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นงานด้านสาธารณสุข การศึกษา การบริหารงานท้องถิ่น การเกษตร การพัฒนาสังคม และการคมนาคม ทุกระบบต่างพึ่งพากำลังคนจากภาครัฐที่ต้องมีความรู้ ความชำนาญ และความรับผิดชอบสูง แต่ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมสูงวัยได้ทำให้ระบบราชการต้องเผชิญโจทย์ที่ซับซ้อนกว่าเดิม โดยเฉพาะเรื่อง “โครงสร้างกำลังคน” และ “อายุเกษียณราชการ” ซึ่งสัมพันธ์กับสวัสดิการ ความก้าวหน้า และสมรรถนะการทำงานของรัฐโดยตรง จากข้อมูลการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร พบว่าสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่จำนวนประชากรวัยแรงงานลดลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อประกอบกับระบบราชการที่มีการเกษียณอายุแบบอายุ 60 ปี อย่างตายตัว ผลลัพธ์คือ “การสูญเสียกำลังคนจำนวนมากในเวลาใกล้เคียงกัน” โดยเฉพาะในกระทรวงที่มีเจ้าหน้าที่จำนวนมาก เช่น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย งานวิจัยและเอกสารวิชาการหลายฉบับสะท้อนว่า หากไม่มีการปรับตัวอย่างเหมาะสม ระบบราชการอาจต้องเผชิญความท้าทายด้านคุณภาพบริการสาธารณะ การขาดแคลนบุคลากรในสาขาที่มีความเชี่ยวชาญ และภาระงบประมาณด้านบำนาญที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้สูงอายุในระบบราชการเองก็ยังมีศักยภาพที่จะทำงานต่อได้อย่างมีคุณภาพ หากมีการออกแบบสภาพงานที่สอดคล้องกับวัย บทความนี้จึงมุ่งวิเคราะห์ “ความท้าทายเชิงสถาบัน” ที่ระบบข้าราชการไทยกำลังเผชิญ การเปลี่ยนแปลงด้านอายุขัยและกำลังคน และเหตุผลว่าทำไมการปรับระบบเกษียณอายุและการบริหารกำลังคนจึงเป็นโจทย์ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงในยุคสังคมสูงวัย   การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมสูงวัย: โครงสร้างประชากรที่กำลังกดทับระบบราชการ ประเทศไทยเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” ตั้งแต่ปี 2566 ด้วยสัดส่วนผู้สูงอายุเกินร้อยละ 20 […]

bua

February 16, 2026

แรงงานสูงอายุในภาคนอกระบบไทย: ความเปราะบาง ศักยภาพที่ถูกมองข้าม และความจำเป็นของการออกแบบนโยบายรองรับสังคมสูงวัย

ในขณะที่สังคมไทยก้าวเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเป็น “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” ประเด็นแรงงานสูงอายุจึงกลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงในหลายระดับ ตั้งแต่เวทีนโยบายระดับประเทศ จนถึงชีวิตของผู้สูงอายุในครัวเรือนท้องถิ่น การขยายอายุการทำงานหรือการจ้างงานผู้สูงอายุในภาคเอกชนเป็นประเด็นที่มักถูกหยิบยกขึ้นมามากที่สุด ทว่า ภาพสะท้อนหนึ่งที่มักถูกละเลย คือ “แรงงานสูงอายุในภาคนอกระบบ” ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุดในแรงงานทั้งประเทศ และมีบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจระดับฐานราก แรงงานสูงอายุในภาคนอกระบบส่วนใหญ่ไม่ได้มีหลักประกันทางสังคม ไม่มีสัญญาจ้าง ไม่มีค่าชดเชย ไม่มีกฎหมายแรงงานคุ้มครอง และไม่มีหลักประกันใด ๆ รองรับหลังยุติการทำงาน สิ่งเหล่านี้ทำให้ “การทำงาน” ไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นของผู้สูงอายุเพื่อรักษาความอยู่รอดของตนเองและครอบครัว ขณะเดียวกัน งานวิจัยจำนวนมากก็ชี้ว่าผู้สูงอายุในภาคนอกระบบยังคงมีศักยภาพสูง แต่ถูกจำกัดด้วยโครงสร้างที่ไม่เอื้อต่อการทำงานอย่างมีคุณภาพ บทความนี้มุ่งวิเคราะห์ความเป็นจริงของแรงงานสูงอายุในภาคนอกระบบไทย ทั้งในด้านสถานการณ์ปัจจุบัน รูปแบบงาน รายได้ คุณภาพชีวิต ศักยภาพ และอุปสรรคเชิงโครงสร้าง พร้อมชี้ให้เห็นทิศทางเชิงนโยบายที่ประเทศไทยควรพิจารณาเพื่อรองรับสังคมสูงวัยในทศวรรษหน้า   สถานการณ์แรงงานสูงอายุในภาคนอกระบบไทย งานวิจัยของเฉลิมพล แจ่มจันทร์ (2564) ระบุว่าแรงงานสูงอายุจำนวนมากยังคงทำงานต่อเนื่องแม้อายุเกิน 60 ปี โดยงานที่ทำส่วนใหญ่เป็นงานอิสระ งานรับจ้างทั่วไป งานการเกษตร งานค้าขายขนาดเล็ก และงานบริการในครัวเรือน ลักษณะของงานดังกล่าวสะท้อนถึงโครงสร้างเศรษฐกิจระดับฐานรากที่ผู้สูงอายุมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท ซึ่งเศรษฐกิจครัวเรือนยังต้องพึ่งพาการทำงานของผู้สูงอายุอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จำนวนแรงงานสูงอายุในภาคนอกระบบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุสำคัญมาจากอัตราการเกิดที่ลดลงและการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างครอบครัว ซึ่งทำให้ผู้สูงอายุต้องเป็นผู้หารายได้หลักหรือร่วมหารายได้กับครัวเรือน ขณะที่งานวิจัยของมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (2566) […]

bua

February 16, 2026

พลวัตการจ้างงานผู้สูงอายุในภาคเอกชนไทย: ศักยภาพ มาตรการสนับสนุน และความท้าทายเชิงโครงสร้าง

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การขยายตัวของสังคมสูงวัยในประเทศไทยได้ส่งผลให้ภาคธุรกิจและภาคแรงงานต้องปรับตัวอย่างมีนัยสำคัญ ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความจำเป็นของระบบเศรษฐกิจในการรักษากำลังแรงงานที่มีประสบการณ์ให้อยู่ในตลาดงานต่อไปให้นานที่สุด การลดลงของประชากรวัยแรงงานควบคู่ไปกับความต้องการแรงงานที่มีทักษะเฉพาะทาง ทำให้ภาคเอกชนไทยจำเป็นต้องพิจารณา “ผู้สูงอายุ” ไม่ใช่ในฐานะแรงงานส่วนเกิน แต่เป็น “กำลังคนเชิงกลยุทธ์” ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและรักษามาตรฐานงานในหลายสาขาได้ งานวิจัยหลายชิ้นสะท้อนให้เห็นภาพการจ้างงานผู้สูงอายุในภาคเอกชนไทยอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติของแรงจูงใจ มาตรการส่งเสริม ความสามารถในการทำงานของผู้สูงอายุ และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของตลาดแรงงานที่ยังคงเป็นอุปสรรคต่อการจ้างงานจริง บทความนี้จึงต้องการนำเสนอภาพรวมเชิงลึกของ “พลวัตการจ้างงานผู้สูงอายุในภาคเอกชนไทย” เพื่อให้เห็นถึงศักยภาพและความเป็นไปได้ของนโยบายการจ้างงานผู้สูงอายุในอนาคต   บริบทสังคมสูงวัยและผลกระทบต่อภาคเอกชนไทย ประชากรผู้สูงอายุของไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ โดยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด และคาดว่าจะเพิ่มเป็นร้อยละ 28 ภายในปี 2576 (มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย, 2566) การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ภาคเอกชนต้องเผชิญความท้าทายในการดึงดูดแรงงานใหม่ ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาคุณภาพงานและความต่อเนื่องของกระบวนการผลิต ในบางอุตสาหกรรม เช่น การผลิต การค้าปลีก การบริการ และงานที่ต้องพึ่งพาทักษะประสบการณ์ การสูญเสียแรงงานที่มีทักษะเฉพาะทางจำนวนมากในเวลาใกล้เคียงกันอาจทำให้เกิด “ช่องว่างเชิงผลิตภาพ” ได้อย่างชัดเจน ผลที่ตามมาคือภาคเอกชนจำนวนหนึ่งเริ่มหันกลับมามองผู้สูงอายุในฐานะแรงงานที่ยังสามารถสร้างคุณค่าได้ โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ความละเอียด ความรับผิดชอบสูง และความมั่นคงต่อเนื่องของบุคลากร อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ระบบจ้างงานของภาคเอกชนไทยยังคงถูกจำกัดด้วยกรอบความคิดเรื่องอายุการทำงานที่หยุดอยู่ที่ช่วงอายุ 55–60 ปี ซึ่งมีผลสืบเนื่องมาจากการประกันสังคม กฎหมายแรงงาน […]

bua

February 16, 2026

นัยเชิงนโยบายของการขยายอายุเกษียณราชการ: โครงสร้าง ระบบราชการไทย และผลกระทบต่อสวัสดิการระยะยาว

การถกเถียงเรื่อง “การขยายอายุเกษียณราชการ” ในประเทศไทย กลายเป็นหนึ่งในประเด็นสาธารณะที่สะท้อนทั้งความเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากร เศรษฐกิจ และความเชื่อเกี่ยวกับบทบาทของผู้สูงอายุในสังคมอย่างชัดเจน ช่วงปลายปี 2568 ประเด็นนี้ถูกผลักขึ้นมาอยู่ในความสนใจของสังคมอีกครั้ง เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนถึงความคืบหน้ากรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งให้ศึกษาแนวคิด “การขยายอายุเกษียณราชการหลังอายุ 60 ปี” โดยมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ร่วมกับกรมบัญชีกลางและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการวิเคราะห์ผลกระทบในมิติต่าง ๆ อย่างรอบด้าน คำสั่งดังกล่าวเกิดขึ้นบนฐานความจริงที่ว่าประเทศไทยกำลังเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” หรือ Aged Society อย่างเต็มตัว ลักษณะสำคัญของช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ ได้แก่ อัตราการเกิดที่ต่ำกว่าอัตราการตายต่อเนื่อง อายุขัยเฉลี่ยของคนไทยที่สูงถึงระดับ 70–80 ปี การลดลงของจำนวนคนวัยทำงานอย่างต่อเนื่อง และภาระงบประมาณบำนาญที่รัฐต้องแบกรับยืดยาวออกไปกว่ายี่สิบปีหลังเกษียณของข้าราชการแต่ละคน กล่าวอีกนัยหนึ่ง ระบบราชการไทยกำลังยืนอยู่บนทางแยกสำคัญระหว่างโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป กับแบบแผนเกษียณอายุราชการที่ยังคงยึดติดกับเกณฑ์อายุ 60 ปีซึ่งถูกออกแบบในยุคที่คนมีอายุขัยสั้นกว่าปัจจุบันอย่างมาก (มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย, 2566) ในวันต่อมา ประเด็นเรื่องสังคมสูงวัยและภาระของคนวัยทำงานถูกขยายความต่อในเวทีสาธารณะ เมื่อวันที่ […]

bua

February 16, 2026

การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมสูงวัยของไทยกับความจำเป็นของการขยายอายุการทำงาน: วิเคราะห์เชิงโครงสร้างประชากรและตลาดแรงงาน

ประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่สังคมสูงวัยด้วยความเร็วที่สร้างความตื่นตัวไปทั่วทั้งระบบเศรษฐกิจและสังคม อัตราการเกิดที่ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง จำนวนผู้เสียชีวิตที่สูงกว่าเด็กแรกเกิดในหลายปีติดต่อกัน และอายุขัยเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นสู่ช่วง 70–80 ปี ล้วนเป็นสัญญาณว่าประเทศกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ (มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย, 2566) การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เป็นเพียงปรากฏการณ์ประชากรศาสตร์ แต่เป็นแรงกระเพื่อมที่ส่งผลต่อทุกสถาบัน ตั้งแต่ตลาดแรงงาน ระบบสวัสดิการ ความมั่นคงครัวเรือน ตลอดจนความสามารถในการแข่งขันของประเทศในภาพรวม ข้อมูลสำคัญระบุว่า ประเทศไทยเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” ตั้งแต่ปี 2567 เมื่อประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนเกินร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด และกำลังจะเข้าสู่ “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” ภายในปี 2576 โดยมีประชากรสูงอายุเกินร้อยละ 28 ของประชากรทั้งหมด (มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย, 2566) ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเร็วกว่าในหลายประเทศพัฒนาแล้วที่ใช้เวลายาวนานกว่า 30–40 ปี ทำให้ประเทศไทยต้องเผชิญความท้าทายอย่างหนักในช่วงเวลาสั้น ๆ ขณะที่สถาบันต่าง ๆ อาจยังไม่มีการปรับตัวทันกับความเปลี่ยนแปลง บทความนี้มุ่งอธิบาย “สถานการณ์โครงสร้างประชากรและตลาดแรงงานของไทย” พร้อมวิเคราะห์เหตุผลที่ทำให้ “การขยายอายุการทำงาน” กลายเป็นเรื่องสำคัญในเชิงระบบ มากกว่าการเป็นเพียงนโยบายเฉพาะทางแรงงาน   โครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป: แรงกดดันจากสังคมสูงวัย สังคมไทยกำลังเผชิญภาวะ “ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น–วัยแรงงานลดลง” อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อภาคแรงงานและระบบเศรษฐกิจ […]

bua

February 11, 2026

Aging Focus: จับตาสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย ฉบับที่ 4

Aging Focus ฉบับนี้ เรานำเสนอบทความที่เจาะลึกมิติต่าง ๆ ของ ระบบบริการสุขภาพสำหรับผู้สูงวัย ทั้งแนวทางการพัฒนา การจัดการบริการระยะยาว และแนวปฏิบัติที่สามารถปรับใช้ได้จริง หวังว่าบทความเหล่านี้จะช่วยเปิดมุมมองใหม่ ๆ และเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกภาคส่วน ร่วมมือกันสร้างสังคมที่พร้อมดูแลผู้สูงวัยอย่างยั่งยืน

bua

February 20, 2025
1 2 3 19