ฉายภาพ “เมืองสูงวัย” และบทเรียนจากหน้างาน อปท. ขนาดใหญ่: จากกิจกรรมเฉพาะกิจสู่ระบบบริการประจำของเมือง

ภาพฝัน “อยู่ดี แก่ดี ตายดี” ในบริบทเมือง เมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” และกำลังมุ่งสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอดในอนาคตอันใกล้ โครงสร้างประชากรไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ข้อมูลเชิงวิชาการชี้ว่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 เป็นต้นมา จำนวนเด็กเกิดใหม่ของไทยน้อยกว่าจำนวนผู้เสียชีวิต และคาดการณ์ว่าภายในปี พ.ศ. 2585 ประชากรผู้สูงอายุจะมีจำนวนสูงถึง 18.9 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 31.4 ของประชากรทั้งประเทศ วิกฤตการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของตัวเลขประชากร หากแต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อม และสวัสดิการของเมือง โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ที่ชีวิตผู้สูงอายุมักเผชิญความซับซ้อน เช่น การอยู่อาศัยตามลำพัง ข้อจำกัดด้านการเดินทาง ความโดดเดี่ยวทางสังคม และภาวะ “แก่ก่อนรวย” ซึ่งพบว่าผู้สูงอายุไทยกว่าร้อยละ 66.7 ไม่มีเงินออมเพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณ จากเวทีระดมสมองและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “อปท. ขนาดใหญ่ กับบทบาทในการบริหารจัดการสังคมสูงอายุแนวใหม่” ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือของมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ สสส. ได้รวบรวมผู้บริหารและคนทำงานหน้างาน 27 คน จาก 15 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันฉายภาพ “เมืองสูงวัยในอุดมคติ” […]

bua

September 25, 2026

ยัง (YOUNG) อยู่ดี สู่ พิจิตร 100: นวัตกรรมสังคมร่วมผลิต (Co-production) ป้องกันภาวะเปราะบางในผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน

1. บริบทสถานการณ์: เมื่อพิจิตรก้าวสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society)” ในห้วงทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ แต่สำหรับจังหวัดพิจิตร สถานการณ์ความท้าทายนี้มีความเข้มข้นยิ่งกว่า ข้อมูลสถิติคาดการณ์ในปี พ.ศ. 2568 ระบุว่า สัดส่วนผู้สูงอายุในจังหวัดพิจิตรจะพุ่งสูงถึงร้อยละ 25.52 ซึ่งรั้งอันดับ 12 ของประเทศ และสูงกว่าค่าเฉลี่ยรวมของประเทศไทยถึงร้อยละ 4.19 ปรากฏการณ์นี้สะท้อนชัดว่าพิจิตรกำลังเผชิญหน้ากับ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society)” เต็มรูปแบบ วิกฤตที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ตัวเลขทางประชากรศาสตร์คือ “ภาวะเปราะบาง” (Frailty) ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นำไปสู่ภาวะพึ่งพิง ภาวะสมองเสื่อม และอุบัติเหตุจากการพลัดตกหกล้ม ความเสื่อมถอยของสมรรถนะภายใน (Intrinsic Capacity) ครอบคลุมทั้ง 9 ด้าน อาทิ การมองเห็น การเคลื่อนไหว สุขภาพช่องปาก และสุขภาพจิต กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ระบบบริการสาธารณสุขแบบเดิมซึ่งเน้นการรักษาเชิงรับ (Reactive Care) ไม่สามารถตอบสนองได้อย่างยั่งยืน เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณและบุคลากร รวมถึงภาระค่าใช้จ่ายระยะยาวที่ถาโถมเข้าสู่ครอบครัวและรัฐบาล 2. หัวใจของนวัตกรรม: กระบวนการร่วมผลิต (Co-production) […]

bua

September 25, 2026

จากระบบสุขภาพสู่ระบบสังคม: บทเรียน “ชราบานโมเดล” กับการขับเคลื่อนชุมชนที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ (Age-Friendly Community) จังหวัดปัตตานี

การก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Aged Society) ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดปัตตานี นำมาซึ่งความท้าทายที่ซับซ้อนกว่าพื้นที่อื่น เนื่องจากบริบททางวัฒนธรรม ศาสนา และสถานการณ์ความไม่สงบ บทความนี้จะนำเสนอการถอดบทเรียนจาก “ชราบานโมเดล” ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านจากการดูแลสุขภาพเชิงรับ สู่การสร้างระบบนิเวศทางสังคมที่เข้มแข็ง 1. สถานการณ์และสถิติประชากรสูงวัยในปัตตานี: ภัยเงียบสมองเสื่อมและการหกล้ม ปัจจุบันจังหวัดปัตตานีมีสัดส่วนประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีดัชนีการสูงวัยที่พุ่งสูงขึ้นในหลายอำเภอ อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ตัวเลขทางประชากรคือ “ภัยเงียบ” ที่คุกคามคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในพื้นที่อย่างรุนแรง 2. การเปลี่ยนผ่านจากชราบานโมเดล เฟส 1 สู่ เฟส 2: จาก Healthcare สู่ Social Integration ความสำเร็จของ “ชราบานโมเดล” (Charaban Model) คือความสามารถในการปรับตัวตามบริบทและความต้องการของพื้นที่ โดยมีการเปลี่ยนผ่านสำคัญดังนี้ จากระบบสุขภาพ (Healthcare) สู่การบูรณาการทางสังคม (Social Integration) ในเฟส 1 ชราบานโมเดลเน้นไปที่การคัดกรองสุขภาพและการจัดตั้งกลุ่มทำกิจกรรมพื้นฐาน แต่ในเฟส 2 ได้ยกระดับสู่การสร้าง “พื้นที่ทางสังคม” ที่ยั่งยืน โดยมองว่าผู้สูงอายุไม่ใช่ “ผู้ป่วย” […]

bua

September 25, 2026

จากทัศนคติสู่โครงสร้าง: ความเชื่อ ความคาดหวัง และความเป็นธรรมต่อคนต่างรุ่นในการขยายอายุการทำงานของผู้สูงอายุไทย

การขยายอายุการทำงานของผู้สูงอายุเป็นหนึ่งในประเด็นที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงสำคัญของสังคมไทยในยุคประชากรสูงวัย ไม่ว่าจะเป็นการขยายอายุเกษียณราชการจาก 60 ปี เป็น 63 ปี หรือ 65 ปี รวมถึงการส่งเสริมให้ภาคเอกชนจ้างงานผู้สูงอายุมากขึ้น ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นมาตรการที่ต้องพิจารณาผ่าน “สองมิติซ้อนทับกัน” คือมิติของ ข้อมูลเชิงโครงสร้าง และมิติของ ความคิด ความรู้สึก และทัศนคติของคนในสังคม เพราะแม้ข้อมูลจากงานวิจัยจำนวนมาก จะยืนยันว่าผู้สูงอายุสามารถทำงานได้และมีศักยภาพสูง แต่ความเชื่อของคนในสังคมต่อผู้สูงอายุ — ว่าช้า อ่อนแรง ไม่ทันโลก หรือแย่งงานคนรุ่นใหม่ — ก็ยังมีอยู่เช่นกัน ในทางกลับกัน กลุ่มที่สนับสนุนการขยายอายุเกษียณก็ให้เหตุผลว่าผู้สูงอายุยุคใหม่แข็งแรง ทำงานต่อได้ และมีประสบการณ์ที่องค์กรจำเป็นต้องรักษาไว้ บทความนี้มุ่งสำรวจ “ทัศนคติ” และ “ความคาดหวัง” ของสังคมไทยต่อการขยายอายุการทำงาน รวมถึงผลของทัศนคติเหล่านี้ต่อการออกแบบนโยบายสาธารณะ ทั้งในระดับปัจเจก ครัวเรือน หน่วยงาน และระดับประเทศ โดยใช้ข้อมูลจากรายงาน “ทัศนคติต่อการขยายอายุการทำงาน”, งานวิจัยด้านแรงงานสูงอายุ, และเอกสารเกี่ยวกับการจ้างงานผู้สูงอายุทั้งภาคเอกชนและนอกระบบ   ทัศนคติของสังคมไทยต่อการขยายอายุการทำงาน: ช่องว่างระหว่าง “ข้อเท็จจริง” และ “ความรู้สึก” งานวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (2562) […]

bua

February 16, 2026

ผลกระทบด้านมหภาคและจุลภาคของการขยายอายุเกษียณ: เศรษฐกิจ สวัสดิการ และชีวิตครัวเรือนผู้สูงอายุไทย

การขยายอายุเกษียณไม่ใช่เพียง “การเลื่อนตัวเลข” จาก 60 ไปเป็น 63 หรือ 65 ปี หากแต่เป็นการขยับโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจ สวัสดิการ และวิถีชีวิตของผู้คนจำนวนมหาศาลในเวลาเดียวกัน ในระดับประเทศ การตัดสินใจดังกล่าวมีผลต่อผลิตภาพแรงงาน ศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ และภาระทางการคลังของรัฐ ขณะที่ในระดับครัวเรือน การขยายอายุเกษียณส่งผลต่อรายได้ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และบทบาทของผู้สูงอายุในครอบครัวอย่างลึกซึ้ง งานศึกษาว่าด้วย “ผลกระทบด้านมหภาคและจุลภาคของการขยายอายุเกษียณ” ให้ภาพที่ชัดเจนว่าการเลื่อนอายุเกษียณมีทั้งด้านบวกและด้านลบ มีทั้งผลดีในมุมหนึ่ง และเงื่อนไขที่ต้องบริหารจัดการอย่างระมัดระวังในอีกมุมหนึ่ง การทำความเข้าใจพลวัตเหล่านี้จึงเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบนโยบายที่สมดุลและเป็นธรรม ทั้งต่อรัฐ ข้าราชการ ภาคเอกชน และครัวเรือนผู้สูงอายุ บทความนี้มุ่งอธิบายผลกระทบของการขยายอายุเกษียณทั้งในระดับมหภาค (เศรษฐกิจระดับประเทศ การคลัง และตลาดแรงงาน) และในระดับจุลภาค (ครัวเรือน รายได้ การตัดสินใจชีวิตของผู้สูงอายุ) โดยอาศัยข้อมูลและข้อค้นพบจากงานวิจัยด้านประชากรและผู้สูงอายุในประเทศไทย   มุมมองระดับมหภาค: ผลต่อเศรษฐกิจ การคลัง และตลาดแรงงาน การเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วของไทยทำให้สัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นขณะที่สัดส่วนวัยแรงงานลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ “อัตราส่วนพึ่งพิงผู้สูงอายุ” (old-age dependency ratio) เพิ่มขึ้น หมายความว่า คนวัยทำงานต้องรองรับภาระดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ทั้งผ่านภาษีที่จ่ายให้รัฐและการดูแลในระดับครัวเรือน (มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย, […]

bua

February 16, 2026

สุขภาพ ความสามารถในการทำงาน และแนวคิด “Work Ability” ของผู้สูงอายุไทย: รากฐานสำคัญของการขยายอายุการทำงานในสังคมสูงวัย

ท่ามกลางการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบของประเทศไทย คำถามสำคัญข้อหนึ่งที่สังคมมักตั้งข้อสงสัย คือ “ผู้สูงอายุยังสามารถทำงานได้หรือไม่?” ประเด็นนี้สัมพันธ์โดยตรงกับความเป็นไปได้ของนโยบาย “การขยายอายุการทำงาน” หรือ “การขยายอายุเกษียณราชการ” ซึ่งจำเป็นต้องพิจารณาจากข้อมูลด้านสุขภาพ ความสามารถในการทำงาน และสภาพแวดล้อมการทำงานที่เหมาะสมของผู้สูงอายุโดยตรง ไม่ใช่เพียงจากตัวเลขอายุเพียงอย่างเดียว เอกสารชุดที่ได้รับ ซึ่งรวมถึงรายงาน “Fit2Work” และงานวิจัยด้านสุขภาพแรงงานจำนวนหลายฉบับ สะท้อนภาพอย่างชัดเจนว่า “ศักยภาพในการทำงานของผู้สูงอายุไทยไม่ได้ลดลงทันทีเมื่ออายุถึง 60 ปี” ตรงกันข้าม หากมีการดูแลสุขภาพที่ดี การจัดสภาพงานที่เหมาะสม และการปรับภาระงานให้สอดคล้องกับความสามารถ ศักยภาพของผู้สูงอายุยังสามารถคงอยู่ได้ยาวนานกว่าเดิมมาก บทความนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายความหมายของ “ความสามารถในการทำงาน” (Work Ability) อิทธิพลของสุขภาพต่อ productivity ของผู้สูงอายุในระยะยาว รวมถึงผลจากโครงการ Fit2Work ที่เป็นหลักฐานสำคัญสำหรับการออกแบบนโยบายรองรับแรงงานสูงวัยในไทย   สังคมสูงวัยและความสำคัญของการประเมินความสามารถในการทำงาน การเปลี่ยนผ่านของโครงสร้างประชากรไทยทำให้จำนวนประชากรวัยแรงงานลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประเทศไทยมีผู้สูงอายุเกิน 20% ของประชากรทั้งหมดตั้งแต่ปี 2566 และคาดว่าจะมีมากกว่า 28% ภายในปี 2576 (มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย, 2566) ผลลัพธ์คือแรงกดดันต่อระบบเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน เนื่องจากกำลังคนที่ลดลงไม่ได้ถูกทดแทนอย่างเพียงพอ ดังนั้น ความสามารถในการคงแรงงานสูงอายุในตลาดแรงงานจึงเป็นประเด็นที่สำคัญในระดับประเทศ […]

bua

February 16, 2026

ระบบข้าราชการไทยท่ามกลางสังคมสูงวัย: ความท้าทายเชิงสถาบัน การจัดสรรกำลังคน และความหมายใหม่ของการรับราชการในยุคอายุยืน

ระบบข้าราชการไทยเป็นหนึ่งในสถาบันที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนรัฐและให้บริการสาธารณะมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นงานด้านสาธารณสุข การศึกษา การบริหารงานท้องถิ่น การเกษตร การพัฒนาสังคม และการคมนาคม ทุกระบบต่างพึ่งพากำลังคนจากภาครัฐที่ต้องมีความรู้ ความชำนาญ และความรับผิดชอบสูง แต่ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมสูงวัยได้ทำให้ระบบราชการต้องเผชิญโจทย์ที่ซับซ้อนกว่าเดิม โดยเฉพาะเรื่อง “โครงสร้างกำลังคน” และ “อายุเกษียณราชการ” ซึ่งสัมพันธ์กับสวัสดิการ ความก้าวหน้า และสมรรถนะการทำงานของรัฐโดยตรง จากข้อมูลการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร พบว่าสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่จำนวนประชากรวัยแรงงานลดลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อประกอบกับระบบราชการที่มีการเกษียณอายุแบบอายุ 60 ปี อย่างตายตัว ผลลัพธ์คือ “การสูญเสียกำลังคนจำนวนมากในเวลาใกล้เคียงกัน” โดยเฉพาะในกระทรวงที่มีเจ้าหน้าที่จำนวนมาก เช่น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย งานวิจัยและเอกสารวิชาการหลายฉบับสะท้อนว่า หากไม่มีการปรับตัวอย่างเหมาะสม ระบบราชการอาจต้องเผชิญความท้าทายด้านคุณภาพบริการสาธารณะ การขาดแคลนบุคลากรในสาขาที่มีความเชี่ยวชาญ และภาระงบประมาณด้านบำนาญที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้สูงอายุในระบบราชการเองก็ยังมีศักยภาพที่จะทำงานต่อได้อย่างมีคุณภาพ หากมีการออกแบบสภาพงานที่สอดคล้องกับวัย บทความนี้จึงมุ่งวิเคราะห์ “ความท้าทายเชิงสถาบัน” ที่ระบบข้าราชการไทยกำลังเผชิญ การเปลี่ยนแปลงด้านอายุขัยและกำลังคน และเหตุผลว่าทำไมการปรับระบบเกษียณอายุและการบริหารกำลังคนจึงเป็นโจทย์ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงในยุคสังคมสูงวัย   การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมสูงวัย: โครงสร้างประชากรที่กำลังกดทับระบบราชการ ประเทศไทยเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” ตั้งแต่ปี 2566 ด้วยสัดส่วนผู้สูงอายุเกินร้อยละ 20 […]

bua

February 16, 2026

แรงงานสูงอายุในภาคนอกระบบไทย: ความเปราะบาง ศักยภาพที่ถูกมองข้าม และความจำเป็นของการออกแบบนโยบายรองรับสังคมสูงวัย

ในขณะที่สังคมไทยก้าวเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเป็น “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” ประเด็นแรงงานสูงอายุจึงกลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงในหลายระดับ ตั้งแต่เวทีนโยบายระดับประเทศ จนถึงชีวิตของผู้สูงอายุในครัวเรือนท้องถิ่น การขยายอายุการทำงานหรือการจ้างงานผู้สูงอายุในภาคเอกชนเป็นประเด็นที่มักถูกหยิบยกขึ้นมามากที่สุด ทว่า ภาพสะท้อนหนึ่งที่มักถูกละเลย คือ “แรงงานสูงอายุในภาคนอกระบบ” ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุดในแรงงานทั้งประเทศ และมีบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจระดับฐานราก แรงงานสูงอายุในภาคนอกระบบส่วนใหญ่ไม่ได้มีหลักประกันทางสังคม ไม่มีสัญญาจ้าง ไม่มีค่าชดเชย ไม่มีกฎหมายแรงงานคุ้มครอง และไม่มีหลักประกันใด ๆ รองรับหลังยุติการทำงาน สิ่งเหล่านี้ทำให้ “การทำงาน” ไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นของผู้สูงอายุเพื่อรักษาความอยู่รอดของตนเองและครอบครัว ขณะเดียวกัน งานวิจัยจำนวนมากก็ชี้ว่าผู้สูงอายุในภาคนอกระบบยังคงมีศักยภาพสูง แต่ถูกจำกัดด้วยโครงสร้างที่ไม่เอื้อต่อการทำงานอย่างมีคุณภาพ บทความนี้มุ่งวิเคราะห์ความเป็นจริงของแรงงานสูงอายุในภาคนอกระบบไทย ทั้งในด้านสถานการณ์ปัจจุบัน รูปแบบงาน รายได้ คุณภาพชีวิต ศักยภาพ และอุปสรรคเชิงโครงสร้าง พร้อมชี้ให้เห็นทิศทางเชิงนโยบายที่ประเทศไทยควรพิจารณาเพื่อรองรับสังคมสูงวัยในทศวรรษหน้า   สถานการณ์แรงงานสูงอายุในภาคนอกระบบไทย งานวิจัยของเฉลิมพล แจ่มจันทร์ (2564) ระบุว่าแรงงานสูงอายุจำนวนมากยังคงทำงานต่อเนื่องแม้อายุเกิน 60 ปี โดยงานที่ทำส่วนใหญ่เป็นงานอิสระ งานรับจ้างทั่วไป งานการเกษตร งานค้าขายขนาดเล็ก และงานบริการในครัวเรือน ลักษณะของงานดังกล่าวสะท้อนถึงโครงสร้างเศรษฐกิจระดับฐานรากที่ผู้สูงอายุมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท ซึ่งเศรษฐกิจครัวเรือนยังต้องพึ่งพาการทำงานของผู้สูงอายุอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จำนวนแรงงานสูงอายุในภาคนอกระบบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุสำคัญมาจากอัตราการเกิดที่ลดลงและการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างครอบครัว ซึ่งทำให้ผู้สูงอายุต้องเป็นผู้หารายได้หลักหรือร่วมหารายได้กับครัวเรือน ขณะที่งานวิจัยของมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (2566) […]

bua

February 16, 2026

พลวัตการจ้างงานผู้สูงอายุในภาคเอกชนไทย: ศักยภาพ มาตรการสนับสนุน และความท้าทายเชิงโครงสร้าง

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การขยายตัวของสังคมสูงวัยในประเทศไทยได้ส่งผลให้ภาคธุรกิจและภาคแรงงานต้องปรับตัวอย่างมีนัยสำคัญ ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความจำเป็นของระบบเศรษฐกิจในการรักษากำลังแรงงานที่มีประสบการณ์ให้อยู่ในตลาดงานต่อไปให้นานที่สุด การลดลงของประชากรวัยแรงงานควบคู่ไปกับความต้องการแรงงานที่มีทักษะเฉพาะทาง ทำให้ภาคเอกชนไทยจำเป็นต้องพิจารณา “ผู้สูงอายุ” ไม่ใช่ในฐานะแรงงานส่วนเกิน แต่เป็น “กำลังคนเชิงกลยุทธ์” ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและรักษามาตรฐานงานในหลายสาขาได้ งานวิจัยหลายชิ้นสะท้อนให้เห็นภาพการจ้างงานผู้สูงอายุในภาคเอกชนไทยอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติของแรงจูงใจ มาตรการส่งเสริม ความสามารถในการทำงานของผู้สูงอายุ และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของตลาดแรงงานที่ยังคงเป็นอุปสรรคต่อการจ้างงานจริง บทความนี้จึงต้องการนำเสนอภาพรวมเชิงลึกของ “พลวัตการจ้างงานผู้สูงอายุในภาคเอกชนไทย” เพื่อให้เห็นถึงศักยภาพและความเป็นไปได้ของนโยบายการจ้างงานผู้สูงอายุในอนาคต   บริบทสังคมสูงวัยและผลกระทบต่อภาคเอกชนไทย ประชากรผู้สูงอายุของไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ โดยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด และคาดว่าจะเพิ่มเป็นร้อยละ 28 ภายในปี 2576 (มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย, 2566) การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ภาคเอกชนต้องเผชิญความท้าทายในการดึงดูดแรงงานใหม่ ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาคุณภาพงานและความต่อเนื่องของกระบวนการผลิต ในบางอุตสาหกรรม เช่น การผลิต การค้าปลีก การบริการ และงานที่ต้องพึ่งพาทักษะประสบการณ์ การสูญเสียแรงงานที่มีทักษะเฉพาะทางจำนวนมากในเวลาใกล้เคียงกันอาจทำให้เกิด “ช่องว่างเชิงผลิตภาพ” ได้อย่างชัดเจน ผลที่ตามมาคือภาคเอกชนจำนวนหนึ่งเริ่มหันกลับมามองผู้สูงอายุในฐานะแรงงานที่ยังสามารถสร้างคุณค่าได้ โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ความละเอียด ความรับผิดชอบสูง และความมั่นคงต่อเนื่องของบุคลากร อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ระบบจ้างงานของภาคเอกชนไทยยังคงถูกจำกัดด้วยกรอบความคิดเรื่องอายุการทำงานที่หยุดอยู่ที่ช่วงอายุ 55–60 ปี ซึ่งมีผลสืบเนื่องมาจากการประกันสังคม กฎหมายแรงงาน […]

bua

February 16, 2026
1 2 3 … 31